Mind Map คืออะไร
Mind Map หรือ แผนที่ความคิด เป็นวิธีการบันทึกความคิดเพื่อให้เห็นภาพของความคิดที่หลากหลายมุมมอง ที่กว้าง และที่ชัดเจน โดยยังไม่จัดระบบระเบียบความคิดใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการเขียนตามความคิด ที่เกิดขึ้นขณะนั้น การเขียนมีลักษณะเหมือนต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาออกไปเรื่อยๆ ทำให้สมองได้คิดได้ทำงานตามธรรมชาติ และมีการจินตนาการกว้างไกล
แผนที่ความคิด ยังเป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ในการบันทึกความคิดของการอภิปรายกลุ่ม หรือการระดมความคิด โดยให้สมาชิกทุกคนเสนอความคิดเห็น และวิทยากรจะทำการจดบันทึกด้วยคำสั้นๆ คำโตๆ ให้ทุกคนมองเห็น พร้อมทั้งโยงเข้าหากิ่งก้านที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อรวบรวมความคิดที่หลากหลายของทุกคน ไว้ในแผ่นกระดาษแผ่นเดียว ทำให้ทุกคนได้เห็นภาพความคิดของผู้อื่นได้ชัดเจนและเกิดความคิดใหม่ต่อไปได้
![]() |
| ตัวอย่าง Mind Mapping |
toy-story007.blogspot.com
ที่มา : http://www.dpu.ac.th/techno/page.php?id=3334
Mind Map คืออะไร?
Mind Map (แผนที่ความคิด) คือ เครื่องมือด้านความคิดที่ออกแบบโดยเลียนแบบการทำงานของสมอง คิดค้นโดยชาวอังกฤษชื่อ Tony Buzan ซึ่งเค้าว่าเครื่องมือนี้ คือ “ภาษาของสมอง” เป็นวิธีเดียวกับที่สมองคิด ใช้ได้ทั้งการนำข้อมูลเข้า (จดบันทึก) และออกจากสมอง (ระดมสมอง แสดงความคิด)
- มีลักษณะสำคัญคือ มีการเชื่อมโยง จากไอเดียหลักตรงกลาง แตกกิ่งออกไปเรื่อยๆ
- ประกอบไปด้วย “คำสำคัญ” และ “รูปภาพ” โดยองค์ประกอบเหล่านี้มีการเชื่อมโยงถึงกันด้วย “เส้น” และมีการกระตุ้นด้วยการใช้ “สี“
สมองเราทำงานยังไง??
- จำเป็นภาพ เห็นเป็นสี มีการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ สามารถคิดและจินตนาการได้
- สมองเราสองซีก ทำงานไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ซีกไหนดีกว่ากัน แต่เราควรใช้ทั้งสองซีก รายละเอียดตามตารางข้างล่าง คือ
สมองซีกซ้าย สมองซีกขวา ใช้ตรรกกะ ใช้ความรู้สึก เน้นรายละเอียด เน้นภาพรวม ข้อเท็จจริง จินตนาการ คำและภาษา สัญลักษณ์และรูป ปัจจุบันและอดีต ปัจจุบันและอนาคต คณิต และ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และ ศาสนา สามารถเข้าใจได้ลึกซึ้ง สามารถเข้าใจแบบ เก็ตละ! รู้ เชื่อ รับทราบ ซาบซึ้ง รับรู้ลำดับ/แบบแผน รับรู้โดยตำแหน่งเชิงพื้นที่ รู้ชื่อวัตถุ รู้หน้าที่ของวัตถุ ยึดหลักความเป็นจริง ยึดหลักจินตนาการเพ้อฝัน คิดกลยุทธ์ บอกถึงความเป็นไปได้ คิดถึงการปฏิบัติได้จริง ทำเลย หุนหัน ใจเร็ว เน้นมั่นคง ปลอดภัย ชอบความเสี่ยง
Mind Map มีประโยชน์ยังไง?
ช่วยให้เราสามารถ…
- เห็นภาพรวมของสิ่งต่างๆ
- จำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น (เพราะสมองทำการเขื่อมโยงสิ่งที่เราต้องการจำ เมื่อมีการเชื่อมโยงจะทำให้จำได้แม่นขึ้น)
- สามารถค้นพบไอเดียใหม่ๆ
- หาข้อบกพร่อง/จุดอ่อน
- วางแผนการทำงาน
- จัดลำดับ Presentation ผลงาน / Story Board
- ช่วยตัดสินใจ
- คิดได้อย่างเป็นระบบ คิดครบ
- จด/สรุป สิ่งที่ต้องการเรียนรู้ได้ในรูปแบบที่รวดเร็ว / ทบทวนได้ง่าย
- การช่วยเรื่องของ Stakeholder Mapping / Networking / Connection
Mind Map มีความพิเศษกว่าเครื่องมืออื่นยังไง?
- Mind Map เลียนแบบการทำงานของสมอง โดย มีการใช้ภาพ สี และมีการเชื่อมโยงเหมือนกัน และกระตุ้นให้ใช้สมองทั้ง 2 ซีก
- Mind Map สามารถนำไปประยุกต์ใช้และ Fusion รวมกับเครื่องมืออื่นๆ ได้อย่างแยบยล เรียกได้ว่ายิ่งรู้มาก ยิ่งนำไปประยุกต์ได้มากขึ้นอีก
Mind Map ทำยังไง (ให้ถูกต้องตามหลักการจากต้นตำรับ)?
หลายๆคนคิดว่าการทำ Mind Map ไม่เห็นจะต้องศึกษาอะไรเลย ใครๆก็น่าจะทำได้ แต่ที่จริงแล้ว มันมีเทคนิคการทำที่ถูกต้องตามหลักการอยู่ครับ ซึ่งถ้าทำถูกต้องจะช่วยให้เราคิดได้ดียิ่งขึ้น
- เตรียมกระดาษเปล่า ใหญ่ๆ หน่อยก็ดี (A3-A4 กำลังสวยครับ) ให้เอาแบบไม่มีเส้น และให้วางในแนวนอน เพราะเส้นจะทำให้เกิดการตีกรอบ/กั้นความคิด และการอ่านแนวนอนนั้นง่ายกว่าแนวตั้ง (และถ้าคิดจะเก็บเป็น Collection ก็หาแฟ้มเจาะห่วงไว้ด้วยเลยก็ได้ครับ)
- เตรียมปากกาสีสวยๆ ไว้ซัก 1 Set คุณสามารถวาด Mind Map ได้ด้วยดีสอสีแท่งเดียวก็จริง แต่ถ้ามีหลายสี มันจะทำให้ Mind Map คุณสวยขึ้น และสียังจะช่วยกระตุ้นความคิดได้มากกว่าด้วย
- ผ่อนคลายซักนิด ก่อนเริ่มวาด…
- วาดภาพหรือเขียนหัวข้อหลักที่ต้องการจะคิด (Central Idea) ตรงกลางหน้ากระดาษ
- ให้วาดภาพ…
- ขนาดไม่เล็กเกินไป (จนไม่น่าสนใจ) และไม่ใหญ่จนไม่มีที่ให้แตกกิ่งออกมาเพิ่ม
- พยายามอย่าล้อมกรอบ ซึ่งจะไปปิดกั้นความคิด (สมองจะมองกรอบว่าเป็นการสรุป เสร็จสิ้นแล้ว)
- ถ้าวาดรูปไม่เป็นให้ไปหารูปมาแปะ
- ถ้าหารูปไม่ได้อีก ก็เขียนเป็นคำก็ได้ แต่ต้องเอาให้เด่น!!
- ทำให้สิ่งที่อยู่ตรงกลางโดดเด่น เพื่อสร้างความจดจำ และกระตุ้นความคิด
- สีสดใส
- ใส่อารมณ์ เช่น มุกตลก
- ให้วาดภาพ…
- วาดกิ่งใหญ่ แตกแขนงออกมาจากภาพตรงกลาง ซึ่งกิ่งใหญ่นี้จะเป็นตัวแทนของหัวข้อหลักที่เกี่ยวกับ Central Idea ตรงกลาง โดยที่…
- แรกเริ่มยังไม่ต้องคิดมากกว่าจะแตกกิ่งอะไรดี จะถูกหรือไม่ ให้ใช้หลักการ Brainstorming คือ ให้พยายามคิดออกมาเยอะๆ คือเน้นปริมาณก่อน จากนั้นค่อยมาคัดทีหลัง
- การคัดเลือก ให้รวบรวมกิ่งที่คล้ายคลึงกันเข้าด้วยกัน โดยให้มีอย่างมากไม่เกิน 9 กิ่งใหญ่ (หลักการจำของสมอง จำได้แบบ Short-Term ได้แค่ 7+2 สิ่ง)
- เทคนิคของการแตกหัวข้อกิ่งใหญ่คือ Concept ที่เรียกว่า No Gap, No Overlap ซึ่งหมายถึง แต่ละหัวข้อควรเป็นประเด็นที่ไม่ซ้ำกัน และเมื่อทุกหัวข้อรวมกัน จะทำให้เราเห็นทุกประเด็นของ Central Idea จนครบ
- การที่จะมองว่าหัวข้อที่เราเขียนมันซ้ำประเด็นกันหรือไม่ ให้ลองคิดแบบย้อนกลับ คือ Zoom Out ออกไปว่าสิ่งที่เราเขียนอยู่ใน Category ใหญ่กว่าชื่อว่าอะไร เช่น หากเราเขียนถึงโค้ก => ใหญ่กว่าคือ น้ำอัดลม => Soft Drink => เครื่องดื่ม => อาหาร เป็นต้น ถ้า Category ใหญ่กว่าซ้ำกัน เราก็ควรใช้อันนั้นเป็นกิ่งใหญ่หรือ Central Idea ไปเลย
- แต่ละกิ่งใหญ่ควรใช้สีแยกกัน และกิ่งย่อยที่แตกจากสีไหน ก็ให้ใช้สีเดียวกัน เพื่อให้เกิดการจัดกลุ่ม (ถ้ารีบจดก็ยังไม่ต้องแยกสีก็ได้)
- เส้นกิ่งใหญ่ให้วาดเป็นเส้นหนาๆ โค้งๆ รูปตัว s
- ให้วาดภาพหรือเขียน Keyword หรือของหัวข้อกิ่งใหญ่ในตำแหน่งเหนือกิ่งแต่ละอัน ให้กิ่งทำตัวเหมือนเป็นการขีดเส้นใต้ ห้ามเขียนหัวข้อไว้ปิดปลายกิ่ง เพราะจะเป็นการปิดกั้นไอเดีย (ยกเว้นคิดว่าจะเสร็จแล้วจริงๆ)
- ตรงหัวข้อตรงกิ่งใหญ่นี่แหละ เราสามารถแตกกิ่งออกเป็นสิ่งเหล่านี้ได้ในสถานการณ์ต่างๆ กัน เช่น
- หากจะสรุปหนังสือ : ก็เป็นหัวข้อสารบัญในหนังสือที่ต้องการสรุป
- หากเป็นสรุปบทความ : ให้ Highlight คำสำคัญที่พบในบทความ แล้วนำมาใช้เป็นกิ่งใหญ่
- หากไปประชุม : Agenda การประชุม/สัมมนา
- หากทำ Process ขั้นตอนต่างๆ : ให้เรียงจาก ก่อนไปหลัง
- จะเริ่มจากทิศ 1-2 นาฬิกา ไปทิศทางตามเข็มนาฬิกา (ถ้าถนัดขวา)
- จะเริ่มจากทิศ 10-11 นาฬิกา ไปทิศทวนเข็มนาฬิกา (ถ้าถนัดซ้าย)
- ใช้ Framework จากเครื่องมืออื่นๆ : เช่น SWOT, 4Ps, Decision Tree, อื่นๆ อีกมากมาย
- ถ้ายังคิดเรื่องได้ไม่ครบ ให้แตกกิ่งเปล่าทิ้งไว้ เดี๋ยวสมองเพื่อนๆ จะช่วยหาอะไรมาเติมให้เองทีหลัง
- แรกเริ่มยังไม่ต้องคิดมากกว่าจะแตกกิ่งอะไรดี จะถูกหรือไม่ ให้ใช้หลักการ Brainstorming คือ ให้พยายามคิดออกมาเยอะๆ คือเน้นปริมาณก่อน จากนั้นค่อยมาคัดทีหลัง
- แตกกิ่งรายย่อยเป็นรายละเอียดออกมาจากกิ่งใหญ่ (แตกออกมาได้ไม่รู้จบ โดยกิ่งย่อยๆ ให้มีขนาดบางกว่ากิ่งใหญ่) ที่สำคัญ อย่าเอาอะไรไปปิดปลายกิ่ง ถ้ายังคิดเรื่องที่จะแตกออกมาไม่ออก ให้แตกกิ่งเปล่าทิ้งไว้ เดี๋ยวสมองเพื่อนๆ จะช่วยหาอะไรมาเติมให้เองทีหลัง
- ให้เขียน 1 คำที่เป็น Keyword ต่อ 1 กิ่ง (อย่าเขียนเป็นประโยค)
- หากคำนั้นแยกเป็นคำประกอบได้ให้แยกคำอีก เช่น คำว่า แม่น้ำ ให้แยกเป็น “แม่” กิ่งนึง จากนั้นต่ออีกกิ่งก้วยคำว่า “น้ำ” เป็นต้น
- ความยาวของเส้น ให้ยาวพอดีๆ กับคำที่อยู่บนเส้น)
- เส้นไม่ต้องคดเคี้ยวมากเกินไป เอาให้อ่านง่าย
- ให้เขียน 1 คำที่เป็น Keyword ต่อ 1 กิ่ง (อย่าเขียนเป็นประโยค)
- เทคนิคปลีกย่อย
- ให้เว้นช่องว่างระหว่างกิ่งไว้ด้วย เผื่อความคิดใหม่ๆ จะโผล่มาอีก
- การแตกกิ่งตรงนี้อาจใช้หลักการได้ทั้งคิดแบบมีหลักการ (เช่นมีลำดับขั้น เช่น จากทวีป => ประเทศ => ภาค => จังหวัด => เขต => อำเภอ…) และคิดแบบฟุ้งซ่าน (หากกิ่งนั้นทำให้นึกถึงอะไรก็เขียนเลย)
- เส้นต้องเชื่อมกันอย่าให้ขาด (เดี๋ยวความคิดวิ่งไปไม่ถึง)
ตัวอย่างกิ่งใหญ่จากการประยุกต์ใช้กับเครื่องมืออื่น
เทคนิคเจ๋งๆ ในการทำ Mind Map
- ให้ลองคิดด้านลบ แล้วหาทางป้องกัน เช่น ถ้าต้องการจะทำให้ยอดขายของบริษัทสูงขึ้น หากเราคิดแบบนีั้นตรงๆ เลย เรามักจะคิดไม่ออก ให้ลองคิดกลับด้าน เป็น ทำยังไงให้บริษัทล้มละลาย แล้วไอเดียจะพรั่งพรูเอง จากนั้นค่อยหาทางป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นอีกที เป็นต้น
- ให้คิดแบบ Backward Thinking ลองเปลี่ยนจากเดิมที่คิดเหตุหาผล => ผลไปหาเหตุ ดูบ้าง
- ใช้ Mind Map อันนึง เชื่อมต่อไปยัง Mind Map อันต่อไปเรื่อยๆ เวลาเจอไอเดียเจ๋งๆ หรือสื่งที่ต้องการ Explore เพิ่ม จากการวาด Mind Map อันแรก ให้ลองวาด Mind Map ของสิ่งนั้นดูเป็น Mind Map อันใหม่
- ดูตัวอย่าง MInd Map คนอื่นเยอะๆ จะได้ไอเดียในการทำเอง
- ยิ่งอ่านเยอะ รู้เยอะ จะยิ่งมีคลังความคิดเอาไว้เชื่อมโยงได้มากขึ้น
- ลองใช้ Mind Map คิดเชื่อมโยงหาความสัมพันธ์ของ 2 สิ่งที่อาจไม่เกี่ยวข้องกันดูสิ (Bisociation) แล้วเพื่อนๆ อาจะได้ไอเดียใหม่ที่ไม่เหมือนใครก็ได้
มีโปรแกรมช่วยทำหรือไม่?
มีโปรแกรม MIndmap ออกมามากมาย แต่ที่ทำถูกต้องตามหลัก Original ที่สุด ก็คงไม่พ้นโปรแกรมชื่อ iMindMap ของต้นตำรับอย่าง Tony Buzan เอง เข้าไปโหลดได้ที่http://www.thinkbuzan.com/
โปรแกรม iMindMap มีหลาย Platform ทั้ง pc, iphone, ipad ตัวเต็มเสียตัง แต่มีให้ free trial อยู่ 7 วัน แนะนำให้โหลดมาแล้วโหลด Template เก็บไว้ก่อนหมดอายุครับ
ส่วนตัวคิดว่า ถ้าจะให้ไอเดียพรั่งพรูจริงๆ ต้องใช้ ดินสอ ปากกา กระดาษ บ้านๆนี่แหละครับ Work สุด แต่ถ้าอยากจะทำให้ดูสะอาดเรียบร้อย แก้ไขง่าย ใช้คอมก็จะสะดวกดีครับ
ปิดท้ายด้วยตัวอย่าง Mind Map สวยๆ
Time Management
ลีโอนาโด ดาวินชี
ไอแซค นิวตัน
Unplugged
จากเว็บอื่นๆ http://www.mindmapart.com
How to Mind Map
How to Focus
Exercise for Relaxation

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น